Main Menu

Recent posts

#21

Suzuki BURGMAN 400 เป็นสกูตเตอร์รุ่นใหญ่อีกรุ่นของซูซูกิ ที่ถือว่าเป็นรถที่มาพร้อมกับสมรรถนะที่เเรงเเละเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมรูปลักษณ์ที่เเปลกตา เเต่ก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากตั้งเเต่เปิดตัวออกมา

มิติตัวรถของ Suzuki BURGMAN 400 นั้นก็นับว่ามีความเเตกต่างออกไปเนื่องจากความเป็นสกูตเตอร์ โดยมันมีความกว้างที่ 765 มิลลิเมตร ความยาวที่ 2,235 มิลลิเมตร เเละมีความสูงที่ 1,305 มิลลิเมตร ความยาวช่วงล้ออยู่ที่ 1,580 มิลลิเมตร โดยมีความสูงเบาะนั่งที่ 125 มิลลิเมตร ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 13.5 ลิตร ทำให้มีน้ำหนักโดยรวมอยู่ที่ 218 กิโลกรัม โดยจากสเปกเเล้วก็นับว่าเป็นสกูตเตอร์ขนาดใหญ่อีกรุ่นที่มีโครงสร้างตัวรถใหญ่โตอย่างยิ่ง

สมรรถนะเครื่องยนต์ของ Suzuki BURGMAN 400 นั้นก็นับว่าน่าสนใจอีกเช่นกัน เมื่อมันมาพร้อมกับขุมกำลังเครื่องยนต์ที่มีปริมาตรกระบอกสูบขนาด 399.9 ซีซี โดยที่มีความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชักจะอยู่ที่ 81.0 x 77.6 มิลลิเมตร ระบบจุดระเบิดเป็นเเบบ แบบอิเล็กทรอนิกส์ (ทรานซิสเตอร์) ทำให้มีอัตราส่วนแรงอัดอยู่ที่ 10.6 : 1 ระบบเชื้อเพลิงเป็นเเบบ Fuel injection ส่วนระบบหล่อลื่นเป็นเเบบ Wet sump มีระบบสตาร์ทเป็นเเบบ Electric โดยที่มีระบบเกียร์เป็นเเบบ CVT นับว่ามีสมรรถนะสูงเลยสำหรับรถสกูตเตอร์

Suzuki BURGMAN 400 นั้นได้รับการออกเเบบเฟรมมาใหม่ทั้งหมด เเละมีการสร้างด้วยวัสดุที่มีขนาดเบาเเต่เเข็งเเรงมาก ส่วนทางด้านของระบบกันสะเทือนหน้าแบบ Telescopic, Coil Spring, Oil Damped ส่วนระบบกันสะเทือนหลัง Link Type, Coil Spring, Oil Damped ในขณะที่เบรกหน้าจะเป็นเเบบ Disc, twin ส่วนเบรกหลังจะเป็นแบบ Disc โดยที่มีขนาดยางหน้าเป็นเเบบ 120/70-15M/C 56S, Tubeless ส่วนขนาดยางหลัง เป็นเเบบ 150/70-13M/C 64S, Tubeless หน้าปัดเเสดงข้อมูลการขับขี่เป็นเเบบมิลติฟังก์ชั่นที่เเสดงผลเเบบ LCD สวยงามเเละชัดเจนในทุกมิติ โคมไฟหน้าขนาดใหญ่สวยงามเเละโฉบเฉี่ยวเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกับเบาะนั่งเเบบ Dual Seat ที่สามารถปรับระดับได้ถึง 2 ระดับ รองรับการสรีระร่างกายทั้งคนขับขี่เเละคนซ้อน เเละมีกล่องอเนกประสงค์เก็บสัมภาระขนาด 42 ลิตร ซึ่งสามารถใส่หมวกนิรภัยเต็มใบได้ 2 ใบ โดยที่ตัวบอดี้มีสีมาให้เลือกกันถึง 3 สี ทั้งสีเงิน METALLIC MAT SWORD SILVER ที่ดูหรูหรา, สีเทา SOLID IRON GRAY ที่ดูเรียบแต่ดุดัน เเละสีดำ METALLIC MAT BLACK NO.2 ที่ให้ความรู้สึกดุดันมาก เรียกได้ว่าสวยงามทุกสีเลยทีเดียว

ทางด้านสนราคาขายของ Suzuki BURGMAN 400 นั้นเคาะราคาขายในประเทศไทยออกมาที่ 239,000 บาท นับว่าเป็นราคาที่เเรงพอตัวสำหรับรถสกูตเตอร์ เเต่หากเทียบกับสเปกเเล้วก็ต้องยอมรับเลยว่า ราคานี้ก็ถือคุ้มค่าเหมือนกัน
#22

GPX Demon 150GR FI คือผลงานการคิดค้นและพัฒนาระบบขึ้นใหม่โดยทีมงาน R&D และวิศวะกรทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ของ GPX เพื่อยกระดับสมรรถนะการใช้งานของระบบเครื่องยนต์ไปอีกขั้น ทำให้สิ่งที่คุณจะได้จาก New DEMON150-GR FI คือความประทับใจในการขับขี่ในทุกเส้นทางเเต่ยังคงซึ่งความประหยัดเเละเร้าใจ

GPX Demon 150GR FI มาพร้อมกับมิติตัวรถที่น่าสนใจไม่เเพ้รุ่นอื่นๆ ของ GPX ด้วยขนาดความกว้างที่ 770 มิลลิเมตร ส่วนความยาวอยู่ที่ 1,785 มิลลิเมตร เเละมีความสูง 1,060 มิลลิเมตร  โดยประเภทน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้จะเป็นเเบบ gasohol 91,95 มีความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 9 ลิตร ทำให้มีน้ำหนักรถสุทธิอยู่ที่ 133 กิโลกรัม ถือว่าเป็นมิติตัวรถที่ขนาดไม่ใหญ่มากเเต่ก็ทรงพลัง

GPX Demon 150GR FI นั้นมีสมรรถนะไม่ใช่เล่น ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ที่มีปริมาตรกระบอกสูบ 149 ซีซี โดยเป็นเครื่องยนต์เเบบ 4 จังหวะ SOHC มีระบบระบายความร้อนเเบบ air-cooled  ระบบจุดระเบิดเป็นเเบบ Electronic Control - FI พร้อมกับระบบเกียร์เเบบ 6 speed ทำงานร่วมกับโซ่เเบบ DID 428 (O-Ring) นับมีเป็นอีกรุ่นที่มีสมรรถนะเครื่องยนต์น่าสนใจ

GPX Demon 150GR FI ได้รับการออกแบบมาใหม่ให้เป็นเฟรมถักแท้รอบคัน ทำจากวัสดุเหล็กกล้า ที่มีความแข็งแรง ทนทานรองรับต่อแรงบิด และมีน้ำหนักเบา ทำให้คงความบาลานซ์ของตัวรถได้เป็นอย่างดีในทุกองศาการขับขี่ ส่วนทางด้านของระบบกันสะเทือนนั้น โช้กอัพหน้าเป็นเเบบ Upside down ส่วนโช้กอัพหลังเป็นเเบบ โช้คแก๊ส YSS ส่วนระบบเบรกเป็นเเบบ Hydraulic Brake โดยเบรกหน้าเป็นเเบบ Disc brake ส่วนเบรกหลังเป็นเเบบ Disc brake ส่วนวงล้อ หน้า/หลัง เป็นเเบบ Aluminum Alloy โดยขนาดล้อหน้า 120/70-14"  ส่วนขนาดล้อหลัง 140/70-14" ระบบส่องสว่างไฟหน้า-หลังแบบฟูลแอลอีดี ที่ให้ความสว่าง คมชัด แม้ในยามกลางวันและกลางคืน เพื่อทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดี ให้คุณปลอดภัยในทุกเส้นทาง หน้าจอแสดงผลแบบฟูลแอลซีดี บอกข้อมูลที่จำเป็นสำหรับผู้ขับขี่ได้อย่างครบครัน พร้อมฟังก์ชั่นการปรับแต่งสีหน้าจอแสดงผล ได้ถึง 3 สี 3 (น้ำเงิน, แดง, ส้ม) ให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนอารมณ์การขับขี่ได้ตามสไตล์ของคุณเอง มีช่องเสียบ USB สำหรับการชาร์จแบตเตอร์รี่โทรศัพท์ หรืออุปกรณ์ช่วยนำทาง ตอบโจทย์กับวิถีไบค์เกอร์ยุคใหม่ ให้ทุกเส้นทางที่คุณไปไม่มีสะดุด มีที่พักเท้าดีไซน์ใหม่ให้พลังสปอร์ต และเฉดสีใหม่เพิ่มความเข้มแบบมีมิติ เบาะ 2 ตอนที่ออกแบบมาให้แบ่งพื้นที่นั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้ซ้อน เพื่อรองรับกับสรีระและกระชับในท่านั่งการขับขี่ หุ้มด้วยวัสดุหนัง ชนิดพิเศษ ในดีไซน์ที่ให้อารมณ์ความสปอร์ตแบบจัดเต็ม มีสติ๊กเกอร์ใหม่ อารมณ์ใหม่ ของสายพันธุ์ปีศาจ DEMON อัพเกรดความเท่กว่าเดิมด้วยดีไซน์ New LOGO GPX คาดบนตัวถัง พร้อมสัญลักษณ์ที่ดัดแปลงมาจากสัญลักษณ์ POWER STREET ประจำแบรนด์ GPX ตัวถังมี 3 สีด้วยกันในเเบบทูโทน ทั้งสี เเดง-ขาว สีดำ-ทอง เเละสีเเดง-ดำ

ทางด้านราคาขายของ GPX Demon 150GR FI  นั้นเคาะราคาขายออกมาที่ 66,800 บาท ถือว่าเป็นราคาที่น่าคบอีกรุ่นของ GPX
#23

บิ๊กไบค์เเนวเเอดเวนเจอร์ช่วงหลังมานี้ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่เเนวผจญภัยกันมากขึ้น เเละฮอนด้าก็ไม่พลาดที่จะผลิตรถเเนวนี้ออกมาจำหน่าย โดยหนึ่งในรุ่นท๊อปๆ ของฮอนด้าก็คือ Honda CRF1100L AFRICA TWIN (MT) ที่พกพาความเเรงเเละเร้าใจมาให้ได้สัมผัสกับการขับขี่ที่สนุกสร้างประสบการณ์ได้อย่างน่าประทับใจ

Honda CRF1100L AFRICA TWIN (MT) นั้นมีมิติของตัวรถที่น่าสนใจ โดยมันมาพร้อมกับขนาดความกว้างของตัวรถที่ 960 มิลลิเมตร ส่วนความยาวอยู่ที่ 2,310 มิลลิเมตร เเละความสูงที่ 1,355 มิลลิเมตร ส่วนระยะห่างช่วงล้ออยู่ที่ 1,560 มิลลิเมตร ทางด้านระยะห่างจากพื้นอยู่ที่ 210 มิลลิเมตร  มีความสูงของเบาะ 810 มิลลิเมตร ทางด้านของมุมคาสเตอร์/ระยะเทรล อยู่ที่ 27°30'/113 มิลลิเมตร ตัวรถมีน้ำหนักสุทธิอยู่ที่ 226 กิโลกรัม ถือว่าดูบึกบึนเเละทรงพลังน่าขับขี่เป็นอย่างยิ่งอีกรุ่นของฮอนด้า

สมรรถนะเครื่องยนต์ของ Honda CRF1100L AFRICA TWIN (MT) นั้นถือว่าน่าสนใจอีกจุด โดยมันมาพร้อมกับขุมกำลังเครื่องยนต์ขนาด 1,084 ซีซี โดยเป็นเครื่องยนต์ SD08E เเบบ SOHC Liquid-cooled จำนวน 4 สูบ 8 วาว์ล Parallel Twin with 270" Crank and uni-cam ส่วนทางด้านของความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชัก อยู่ที่ 92.0 x 81.5 มิลลิเมตร  อัตราส่วนแรงอัดอยู่ที่ 10.1 : 1 ส่วนระบบคลัทช์เป็นเเบบ Manual clutch wet multiplate type โดยมีระบบส่งกำลังเเบบ 6-Speed MT โดยทำงานร่วมกับระบบเฟืองท้ายเเบบ Chain มีอัตราทดรอบ/เส้นรอบวงล้อ อยู่ที่ 1.717/2.625 ส่วนทางด้านของระบบเกียร์จะเป็นเเบบ 1st gear : 2.866 2nd gear : 1.888 3rd gear : 1.480 4th gear : 1.230 5th gear : 1.064 6th gear : 0.972  โดยระบบจุดระเบิดเป็นเเบบ Fully digital transistorised เเละมีระบบการติดเครื่องยนต์เป็นเเบบ Electric เรียกว่าสเปกเครื่องยนต์เเรงสะใจกันไปเลย

ทางด้านเฟรมของ Honda CRF1100L AFRICA TWIN (MT) นั้นเป็นเทคโนโลยีใหม่เเละมีความเเข็งเเกร่งเป็นอย่างยิ่ง โดยระบบกันสะเทิอนนั้น ทางด้านหน้าจะเป็นเเบบ Showa 45mm cartridge-type inverted telescopic fork with dial-style preload adjuster and damping adjustment, 230 mm stroke ส่วนด้านหลังจะเป็นเเบบ Monoblock cast aluminium swing arm with Pro-Link with Showa gas-charged damper, hydraulic dial-style preload adjuster and rebound damping adjustments, 220 mm rear wheel travel ทางด้านของระบบเบรคล้อหน้าเป็นเเบบ 310mm dual wave floating hydraulic disc with aluminium hub and radial fit 4-piston calipers and sintered metal pads ในขณะที่เบรคล้อหลังเป็นเเบบ 256mm wave hydraulic disc with single piston caliper and sintered metal pads. 2-Channel with rear ABS off mode โดยมีขนาดยางหน้าเป็นเเบบ 90/90-21M/C 54H  ส่วนขนาดยางหลังเป็นเเบบ 150/70R18M/C 70H โดยสีของตัวรถนั้นเป็นสีพิเศษเฉพาะรุ่นคือสี GRAND PRIX RED (R-B) ส่วนหน้าจอเเสดงผลนั้นเป็นเเบบ TFT ขนาด 6.5 นิ้ว เเสดงข้อมูลครบถ้วน ส่วนโคมไฟหน้าได้รับการดีไซน์ใหม่อย่างโฉบเเฉี่ยวสวยงามเเละมีกระบังลมที่เเข็งเเรงปรับได้ 5 ระดับ พร้อมเบาะนั่งที่ดีไซน์ให้ขับขี่ได้อย่างยาวนาน เเละไปได้ในทุกเส้นทาง

สนราคาขายของ Honda CRF1100L AFRICA TWIN (MT) นั้นอยู่ที่ 559,000 บาท เรียกว่าเป็นราคาที่เเรงสะใจกันไปเลย เเต่หากเทียบกับสเปกของรถเเล้วก็นับว่าคุ้มค่าคุ้มราคากันเลยทีเดียว
#24


Indian Challenger เป็นรถจักรยานยนต์เเนวทัวร์ริ่งสุดหรูหราอีกรุ่นของ Indian Motorcycle ที่ทรงสมรรถนะเเละเต็มไปด้วยความน่าสนใจ น่าสัมผัสอย่างยิ่ง

Indian Challenger นั้นมีโครงสร้างตัวรถที่มีขนาดใหญ่ โดยมันมีความยาว 2,501 มิลลิเมตร ความกว้าง 990 มิลลิเมตร เเละมีความสูง 1,346 มิลลิเมตร Lean Angle อยู่ที่ 31 องศา ส่วน Rake อยู่ที่ 25 องศา เเละเทรลอยู่ที่ 150 มิลลิเมตร มีระยะฐานล้อที่ 1,668 มิลลิเมตร ความสูงเบาะที่นั่งอยู่ที่ 672 มิลลิเมตร ระยะความสูงจากพื้นอยู่ที่ 137.3 มิลลิเมตร ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 22.7 ลิตร น้ำหนักรถเปล่าอยู่ที่ 331 กิโลกรัม น้ำหนักรถเมื่อรวมน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถังอยู่ที่ 377 กิโลกรัม เเละน้ำหนักรถรวมบรรทุกอยู่ที่ 628 กิโลกรัม

สมรรถนะเครื่องยนต์ของ Indian Challenger นั้นถือว่าดุดันตามสไตล์อเมริกัน ด้วยเครื่องยนต์เเบบ PowerPlus 108 ที่มาพร้อมกับการระบายความร้อนด้วยน้ำ มีความจุขนาดใหญ่ถึง 1,768 ซีซี มีกระบอกสูบขนาด 108 มิลลิเมตร X 96.5 มิลลิเมตร อัตรากำลังอัดอยู่ที่ 11.0:1 มีระบบหัวฉีดเชื้อเพลิงอิเล็กทรอนิกส์เป็นเเบบ Closed loop fuel injection / 52 mm dual bore ให้กำลังสูงสุด 122 เเรงม้าที่ 3,200 รอบต่อนาที เเละมีแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 178 นิวตันเมตร พร้อมกับ Gear Drive Wet Clutch ที่ทำงานร่วมกับระบบคลัทช์เเบบ Wet, Multi-Plate, Assist พร้อมกับเกียร์เเบบ 6 สปีด

Indian Challenger นั้นมีเฟรมน้ำหนักเบาทำจากอลูมิเนียม โดยทำงานร่วมกับระบบกันสะเทือนหน้าเเบบ Inverted Telescopic Cartridge Fork ส่วนระบบกันสะเทือนด้านหลังเป็นเเบบ Fox Single Shock w/Hyd adjust  มีระบบเบรกล้อหน้าเป็นเเบบ Dual / 320mm Semi-Floating Rotor / 4 Piston Radial Caliper ส่วนเบรกล้อหลังเป็นเเบบ Single / 298mm Floating Rotor / 2 Piston Caliper ยางหน้าเป็นเเบบ Metzeler Cruisetec 130/60B19 66H ส่วนยางหลังเป็นเเบบ TiresMetzeler Cruisetec 180/60R16 80H โดยที่ล้อจะเป็น Sport Cast Black 19 in x 3.5 in มีท่อไอเสียเป็นเเบบ Split Dual exhaust w/ Resonator ตัวถังได้รับการออกแบบอย่างดีเน้นที่สีดำบ่งบอกถึงความดุดัน ความสวยงามที่มีในตัวรถมอเตอร์ไซด์คันนี้ ตั้งแต่บังโคลนหน้าจนไปถึงบังโคลนหลัง ส่วนแฟริ่งหน้าออกแบบอย่างดุดันและลงตัวมากับไฟหน้าแบบ LED เต็มระบบและไฟ Daytime Running Light ที่เป็นเอกลักษณ์มาแต่ไกล ส่วนจอเเสดงผลการขับขี่เป็นเเบบจอสัมผัสทรงกลมขนาด 7 นิ้ว พร้อมลำโพงเเละระบบ APPLE CARPLAY  สามารถเลือกการขับขี่ในแบบที่เหมาะสม Indian Challenger มาพร้อม 3 โหมดการขับขี่ Rain, Standard และ Sport และ ระบบ Rear Cylinder Deactivation หรือการหยุดทำงานของลูกสูบหลังอัตโนมัติเพื่อเพิ่มความสบายในการขี่แบบความเร็วต่ำโดยตัวบอดีมี 2 เฉดสีคือสี Titanium Smoke เเละสี Thunder Black


สนราคาขายของ Indian Challenger นั้นเริ่มต้นที่ 1,990,000 บาท