77UP พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000
พื้นที่โฆษณา
120x120
080-000-0000

Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Admin

Pages: [1]
1


สำหรับ อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ นั้นเป็นนักเตะอาร์เซนอลที่เล่นในตำแหน่ง กองกลางตัวเป้า ซึ่งได้เซ็นสัญญากับสโมสรอาร์เซนอล เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ค. ศ. 2017 และจะสิ้นสุดสัญญาลงวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2022 สำหรับ อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ นั้นมีค่าตัวล่าสุดอยู่ที่ 63 ล้านปอนด์ สโมสรเดิมที่ย้ายมาคือโอลิมปิก ลียง เล่นให้กับอาร์เซนอลจะใส่เสื้อเบอร์ 9

ประวัติข้อมูลของ อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ เกิดเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ค.ศ. 1991 ปัจจุบันอายุได้ 28 ปี เป็นคนสัญชาติฝรั่งเศส ซึ่งมีส่วนสูง 1.76 เมตร เท้าที่ถนัดในการเล่นฟุตบอลคือเท้าขวา

อย่างที่บอกว่าปัจจุบัน อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ นั้นเล่นให้กับทีมอาร์เซนอลซึ่งได้ยิงประตูแรกให้กับอาร์เซนอลในฤดูกาล 2017-2018 ในนัดแรกที่ อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ เล่นซึ่งเป็นคู่เปิดฤดูกาลในการพบปะกับ Leicester City ซึ่ง อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ นั้นได้โหม่งลูกกับพื้น แล้วเข้าประตูในนาทีที่ 2 และผลสรุปในนัดการแข่งขันนัดนั้นที่ อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ ทำประตูได้ชนะเลสเตอร์ซิตี้ 4 ประตูต่อ 3

สำหรับข้อมูลในการแข่งขันฟุตบอลลีกของ อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ ในฤดูกาล 2019-2020 ในรายการการแข่งขันพรีเมียร์ลีกเล่นให้กับทีมสโมสรอาร์เซนอลได้ลงทั้งหมด 28  Match ทำประตูได้ 7 ประตู แอสซิสต์ 3 เปลี่ยนตัวเข้า 5 ครั้ง เปลี่ยนตัวออก 8 ครั้ง ใบเหลือง 5 ใบ

สำหรับข้อมูลการเล่นในถ้วยระดับนานาชาติในฤดูกาล 2019-2020 รายการการแข่งขันคือยูโรปาลีกที่สโมสรที่เล่นให้คือทีมอาเซนอลลงได้ 5 Match ทำประตูได้ 3 ประตู เปลี่ยนตัวออก 2 ครั้งเปลี่ยนตัวเข้า 1 ครั้งใบเหลือง 1 ใบ

2


สำหรับ ฟิกาโย โทโมรี นั้นเป็นนักฟุตบอลทีมเชลซีเพิ่งเล่นให้กับเชลซีในตำแหน่งกองหลัง Center Back เกิดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ค. ศ. 1997 เป็นนักฟุตบอลชาวแคนาดา ประเทศอังกฤษ สำหรับ ฟิกาโย โทโมรี นั้นอายุได้ 22 ปี ส่วนสูง 1.80 เมตร เท้าที่ถนัดในการเล่นฟุตบอลคือเท้าขวา

สำหรับ ฟิกาโย โทโมรี นั้นได้เป็นสัญญานักเตะกับ สโมสรเชลซี เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2017 และสิ้นสุดสัญญาวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2014 สโมสรเดิมที่ย้ายมาคือดาร์บี้เค้าท์ตี้ ค่าตัวล่าสุด 18 ล้านปอนด์และปัจจุบันยังเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษอีกด้วย สำหรับเบอร์เสื้อเมื่อใส่เล่นกับสโมสรเชลซีคือเบอร์ 29

สำหรับการทำประตูแรกให้กับสโมสรเชลซีเมื่อย้ายเข้ามาอยู่นั้นคือวันที่ 14 กันยายน ค.ศ. 2019 โดยทำประตูแรกในนามสโมสร ซึ่งตอนนั้นแข่งกับวูฟแฮมตัน เอาชนะวูฟแฮมตันไป 5 ต่อ 2

สำหรับเกียรติประวัติ รางวัลส่วนตัวของ ฟิกาโย โทโมรี ที่ได้รับคือ UEFA European  Under 19 championship Team of the Tournament 2016, รางวัล Derby European Player of the year 2018 - 2019

สำหรับข้อมูลการลงเล่นฟุตบอล ของ ฟิกาโย โทโมรี ได้ฤดูกาลที่ผ่านมา การเล่นฟุตบอลลีกรายการแข่งขัน Premier League ให้กับทีมสโมสรเชลซีได้ลง 15 Match ทำประตูได้ 1 ประตู เปลี่ยนตัวออก 2 ครั้ง ได้ใบเหลือง 3 ใบ

และข้อมูลการลงเล่นฟุตบอลถ้วยระดับนานาชาติในฤดูกาลที่ผ่านมา 2019-2020 มี 2 รายการที่แข่งขันคือรายการแชมเปี้ยนลีกและยูฟ่าซุปเปอร์คัพเล่นให้กับสโมสรเชลซี หากเป็นรายการการแข่งขันแชมป์เปียนลีกได้ลง 4 match แอสซิสต์ 1 ใบเหลือง 1 ใบ สำหรับ UEFA Super Cup ได้ลงเล่นอย่าง Match เปลี่ยนตัวเข้า 1 ครั้ง

3


กาเบรียล มาร์ติเนลลี เป็นอีกคนหนึ่งที่เล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ให้กับอาร์เซนอลสำหรับสัญญานักเตะนั้นร่วมสโมสร เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ค.ศ. 2019 และจะสิ้นสุดสัญญาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2020 ซึ่งสโมสรเดิมนั่นก็คือ อิทัวโน่ (SP) ได้ค่าตัวในปัจจุบันคือ 16.20 ล้านปอนด์ สำหรับการเล่นให้ทีมอาร์เซนอลสวมเสื้อเบอร์ 35 และยังเล่นให้กับสังกัดทีมชาติบราซิล u23

กาเบรียล มาร์ติเนลลี นั้นอายุ 18 ปีเกิดวันที่ 18 มิถุนายน ค.ศ.2001 เป็นคนสัญชาติบราซิลส่วนสูง 1.80 เมตร เท้าที่ถนัดในการเล่นฟุตบอลคือเท้าขวา

กาเบรียล มาร์ติเนลลี น้ำได้เริ่มเล่น ฟุตบอลระดับเยาวชนอาชีพครั้งแรกในปี ค.ศ. 2010 ซึ่งร่วมเล่นกับทีมบราซิล และก็มาย้ายมาทีมอิทัวโน่ ในระดับเยาวชนจากนั้นก็เข้ามาเล่นในสโมสรระดับอาชีพคือสโมสรบอลอิทัวโน่ เพิ่งเข้ามาเล่นได้เพียง 1 ปีเท่านั้นก็ย้ายมาค้าแข้งกับอาร์เซนอลในศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษนั่นเอง

สำหรับข้อมูลการลงเล่นฟุตบอลลีกของ กาเบรียล มาร์ติเนลลี ในฤดูกาลที่ผ่านมาคือ 2019-2020 สโมสรที่เล่นให้ทีมอาร์เซนอลในรายการการแข่งขันพรีเมียร์ลีกได้เล่นทั้งหมด 14 match ทำประตูได้ 3 ประตูเปลี่ยนตัวเข้า 8 ครั้งเปลี่ยนตัวออก 1 ครั้งใบเหลือง 1 ใบ

สำหรับข้อมูลการลงเล่นฟุตบอลช่วยระดับนานาชาติในฤดูกาล 2019-2020 รายการการแข่งขันคือยูโรปาลีกให้กับทีมสโมสรอาร์เซนอล ลงเล่นทั้งหมด 7 matchทำประตูได้ 3 ประตู แอสซิสต์ 3 เปลี่ยนตัวเข้า 2 ครั้งเปลี่ยนตัวออก 2 ครั้ง ใบเหลือง 1 ใบ ต้องบอกเลยว่าเป็นผู้เล่นที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

4


โจ วิลล็อค เล่นให้กับทีม อาร์เซนอล ตำแหน่งปัจจุบันของ โจ วิลล็อค คือกองกลาง เกิดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ค. ศ. 1999 อายุ 20 ปีเป็นคนสัญชาติอังกฤษส่วนสูง 1.79 เมตรเท้าที่ถนัดในการเล่นฟุตบอลคือเท้าขวา

โจ วิลล็อค ได้เริ่มเข้าวงการฟุตบอลเล่นครั้งแรกในระดับเยาวชนอาชีพกับสโมสรอาร์เซนอล
จากนั้นเข้าร่วมเล่นฟุตบอลทีมชาติอังกฤษซึ่งเป็นระดับเยาวชนครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2014 เป็นเยาวชนอายุไม่เกิน 16 ปีในฤดูกาล 2017-2018 จนได้ติดทีมชาติอังกฤษในปี ค.ศ. 2019 ในรุ่น U21

จากเล่นฟุตบอลระดับเยาวชนอาชีพในปี ค. ศ. 2017 ก็สามารถเลื่อนขึ้นมาเล่นในสโมสรอาชีพร่วมกับสโมสรใหญ่อย่างอาร์เซนอลได้ในศึกพรีเมียร์ลีกสูงสุดของอังกฤษและก็เป็นสโมสรปัจจุบันที่อยู่นั่นเอง

สำหรับ โจ วิลล็อค นั้นได้เซ็นสัญญานักเตะกับสโมสรเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2019 สโมสรเดิมก็คืออาร์เซน่อล u23 ค่าตัวล่าสุดของ โจ วิลล็อค คือ 16.20 ล้านปอนด์ และปัจจุบันยังเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษ U21 อีกด้วยเสื้อที่สวมใส่ในการเล่นฟุตบอลกับทีมอาร์เซนอลคือ เบอร์ 28

ข้อมูลในการเล่นฟุตบอลลีกและถ้วยต่างๆในฤดูกาล 2019-2020 คือ รายการการแข่งขันพรีเมียร์ลีกทีมสโมสรที่ โจ วิลล็อค เล่นให้คืออาร์เซนอล ได้โรงเรียนทั้งหมด 19 Match เปลี่ยนตัวเข้า 13 ครั้งเปลี่ยนตัวออก 5 ครั้งใบเหลือง 1 ใบ

ข้อมูลการลงเล่นฟุตบอลถ้วยระดับนานาชาติ ในฤดูกาล 2019-2020 รายการการแข่งขันยูโรป้าลีกทีมสโมสรที่เข้าร่วมคืออาร์เซนอลลงทั้งหมด 8 Match ทำประตูได้ 2 ประตูเปลี่ยนตัวเข้า 1 ครั้งเปลี่ยนตัวออก 5 ครั้งใบเหลือง 1 ใบ

5


เซอัด โคลาซินัช เป็นนักฟุตบอลอาร์เซนอล ตำแหน่งปัจจุบันของอาร์เซนอลคือกองหลัง เกิดในวันที่ 20 มิถุนายน ค.ศ. 1993 ซึ่งปัจจุบันอายุได้ 26 ปี เป็นคนสัญชาติ บอสเนีย ส่วนสูง 1.80 เมตร เท้าที่ถนัดที่สุดคือเท้าซ้าย

สำหรับสัญญานักเตะของเซอัด โคลาซินัช คือร่วมสโมสรกับอาร์เซนอล 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2017 และจะสิ้นสุดสัญญากับอาร์เซนอล เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2022 ย้ายมาจากสโมสรเดิมคือชาลเก้ ตัวล่าสุดปัจจุบันคือ 18 ล้านปอนด์

สำหรับในอาชีพหรือสโมสร สโมสรทั้งหมดรวมถึงสโมสรปัจจุบันคืออาร์เซนอลด้วยได้ ลงเล่นรายการทั้งหมดไป 216 รายการ ทำประตูได้ 11 ประตู แต่สโมสรล่าสุดคืออาร์เซนอลทำประตูได้ 5 ประตู และลงเล่นได้ 88 นัดแล้วในปัจจุบัน

สำหรับทีมชาตินั้นเล่นให้กับบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ในปีค.ศ. 2013-2019 ลงเล่นทั้งหมด 30 นัด ทำประตูได้ 0 ประตู

การเล่นนัดแรกในสโมสรอาร์เซนอลคือ ลงเล่นกับเชลซีใน FA community  2017 และลงเล่นให้พรีเมียร์ลีกนัดแรกที่ชนะเลสเตอร์ซิตี้ด้วยสกอร์ 4 ต่อ 3 นั่นเองและ เซอัด โคลาซินัช ยังได้รับคะแนนเสียงให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนของสโมสรอีกด้วย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กันยายน ค.ศ. 2017

สำหรับเกียรติประวัติ สโมสรอาร์เซนอล คือเอฟเอคอมมิวนิตี้ชีลด์ 2017 efl Cup รอบรองชนะเลิศฤดูกาล 2017-2018 ยูโรป้าลีก 2018-2019 และบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ได้ kirin cup 2016

ส่วนรางวัลส่วนตัวคือได้ทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของบุนเดิสลีกา ในฤดูกาล 2015-2016 และฤดูกาล 2016-2017 UEFA Europa League Squad of the Season ในฤดูกาล 2018-2019

6


สำหรับนักเตะรูปหล่ออย่างอดัม ลัลลาน่า เป็นนักเตะของลิเวอร์พูลในปัจจุบัน ซึ่งเล่นตำแหน่งกองกลางตัวรุก อดัมลัลลาน่านั้นได้เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 1988 ขณะนี้อายุได้ 31 ปี เป็นชาวต่างชาติอังกฤษซึ่งมีความสูงถึง 1.2 เมตร ความถนัดของท้าวคือสามารถถนัดเท้าทั้งสองข้าง

สำหรับสัญญานักเตะของอดัม ลัลลาน่าในสโมสรลิเวอร์พูลคือเข้าร่วมสโมสร เมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม ค.ศ. 2014 และจะสิ้นสุดสัญญาวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2020 อดัมลัลลาน่าย้ายจากสโมสรเดิมคือเซาแธมป์ตัน ปัจจุบันค่าตัวล่าสุดคือ 10.80 ล้านปอนด์

สำหรับการเล่นกับทีมชาตินั้นได้เล่นกับทีมชาติอังกฤษ ซึ่งได้ลงเล่นปี ค.ศ.2013 จำนวน 2 นัด 2014 จำนวน 11 นัด 2015-2016 จำนวน 10 นัด 2017-2018 จำนวน 1 นัด รวมทั้งหมดคือ 34 นัด และทำประตูได้ทั้งหมดคือ 3 ประตูใน ค.ศ.2016

สำหรับอดัมลัลลาน่านั้นตอนอยู่ในสโมสรเซาแธมป์ตันได้ฟุตบอลลีกวัน รองชนะเลิศในฤดูกาล 2010-2011  และฟุตบอลลีกแชมป์เปียนชิพรองชนะเลิศเช่นเดียวกัน 2011-2012 และฟุตบอลลีกโทรฟี่ 2009-2010 และในขณะย้ายมาที่ Liverpool ได้ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2018 - 2019 UEFA Super Cup 2019 และฟุตบอลชิงแชมป์โลกสโมสรโลกชนะเลิศ 2019


สำหรับสถิติรวมเมื่ออยู่เซาแธมป์ตันได้ลงแข่งถึง 265 นัด ทำประตูได้ถึง 60 ประตู และมีการยืมตัวจากบอร์นมัธ ตอนอยู่ในสโมสรลิเวอร์พูลรวมกันแล้วได้ลงแข่งทั้งหมด 178 นัด และทำประตูได้ถึง 22 ประตู เลยทีเดียว สถิติรวมทั้งหมดคือได้ลงเล่นทุกลีก ทุกรายการ ทุกสโมสร 447 นัด และได้ทำประตูคือ 82 ประตู ถือว่า ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวสำหรับ อดัมลัลลาน่า

7


สำหรับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ถือว่าเป็นกองกลางมิดฟิลด์ตัวกลางของสนาม anfield สำหรับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นั้น เกิดเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 1990 ขณะนี้อายุ 29 ปี มีส่วนสูงอยู่ที่ 1.87 เมตร เป็นผู้ที่ถนัดเท้าขวา และเป็นคนสัญชาติอังกฤษ

สำหรับสัญญานักเตะนั้นได้เข้าร่วมสโมสรลิเวอร์พูล เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2011 ซึ่งได้ย้ายมาจากสโมสรเดิมคือ ซันเดอร์แลนด์ และจะจบสัญญากับลิเวอร์พูลเมื่อถึงวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2023

สำหรับประวัติของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นั้น ตอนที่อยู่ลิเวอร์พูล คือฟุตบอลลีกคัพ 2011-2012 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 2018-2019 และในรายการ UEFA Super Cup 2019 และฟุตบอลชิงแชมป์โลกสโมสรโลก 2019

สำหรับรางวัลส่วนตัวคือ Premier League of the match เมื่อเดือนกันยายน 2016 และ England U21 Player of the year Award 2012 และได้นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของลิเวอร์พูล 2011-2012 ได้รางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของซันเดอร์แลนด์ 2009-2010 และ 2010-2011 ได้รางวัล England ฟsenior men's of the year 2019 ยังได้รับรางวัล Standard Chartered Liverpool Player of the month ที่แข่งเดือนกันยายน 2014 และเดือนมีนาคม 2015 อีกด้วย และยังได้ประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนของ EA Sport ในเดือนกุมภาพันธ์ 2014

ในการลงเล่นซันเดอร์แลนด์นั้นได้ลงเล่นทั้งหมด 79 นัด และทำประตูได้ 5 ประตู เมื่อย้ายมาลิเวอร์พูลได้ลงเล่นทั้งหมด 359 นัด และทำประตูได้ถึง 28 ประตู สำหรับประตูรวมทั้งหมดเล่นทั้งซันเดอร์แลนด์และลิเวอร์พูล และมีการยืมตัวคือ 34 ประตู ลงเล่นทั้งหมด 451 นัด เลยทีเดียวสำหรับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

8


เนธาเนียล ไคลน์ นักเตะกองหลังลิเวอร์พูล Black ขวา ผู้ที่มีสัญชาติอังกฤษ เขาได้เกิดเมื่อวันที่ 5 เมษายน ค.ศ. 1991 มีส่วนสูงอยู่ 1.75 เมตร แล้วปัจจุบันอายุ 28 ปี เป็นผู้ที่มีความถนัดในเท้าขวา

เนธาเนียล ไคลน์ได้ทำสัญญากับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างลิเวอร์พูลเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2015 และได้สวมเสื้อเบอร์ 2 เพิ่งย้ายมาจากสโมสรเดิมคือ เอเอฟซี บอนมัส ปัจจุบันค่าตัวทั้งหมด ถึง 9 ล้านปอนด์ และจะสิ้นสุดสัญญากับสโมสรลิเวอร์พูล เมื่อถึงวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2020

สำหรับผลงานในสโมสรลิเวอร์พูลคือ เนธาเนียล ไคลน์ได้ทำประตูแรกให้กับฟุตบอลลีกคัพรอบ 4 ในวันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ. 2015 ในฤดูกาล 2015-2016 และ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค. ศ. 2016  นั้นได้มีโอกาสทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลได้อีกด้วยและสามารถเอาชนะแอสตันวิลล่าได้ถึง 6 - 0 เลยทีเดียว

สำหรับก่อนที่จะเปิดฤดูกาล 2017-2018 นั้น เนธาเนียล ไคลน์ มีอาการบาดเจ็บอย่างมากที่หลังทำให้จะต้องได้พักยาวถึง กุมภาพันธ์ ใน ค.ศ. 2018 และในวันที่ 7 เมษายน ค.ศ. 2018 เนธาเนียล ไคลน์ได้เริ่มลงแข่งอีกครั้ง ซึ่งเป็นนัดที่เจอกับ เอฟเวอร์ตัน จบที่สกอร์เสมอ 0-0 ส่วนในปัจจุบันเนธาเนียล ไคลน์ได้ถูกยืมตัวไปเล่นให้กับสโมสรบอร์นมัธในตำแหน่งแบ็คขวา

สรุปจำนวน สถิติที่ร่วมกับสโมสรลิเวอร์พูลคือได้ลงเล่นให้กับลิเวอร์พูลทั้งหมด 103 นัด และทำได้ 2 ประตู แต่ถ้าเป็นสถิติที่เล่นตั้งแต่คริสตัลพาเลซจนมาถึงบอร์นมัธยืมตัวปัจจุบัน ได้ลงแข่งขันทั้งหมด 358 นัด และทำได้ทั้งหมด 8 ประตู

9

เลย์ พาเลอร์ ลงเล่นในตำแหน่งกองกลาง ฤดูกาล 1997/1998  เลย์ พาเลอร์ ได้ลงสนาม 42 นัดรวมทุกรายการ อยู่ในสนามเป็นเวลา 3,438 นาที ยิงได้ 5 ประตู และจ่าย4 แอสซิสต์ แบ่งเป็นการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 34 นัด เป็นตัวจริงทั้ง 34 นัด อยู่ในสนามเป็นเวลา 2,752 นาที ยิงได้ 5 ประตู และจ่าย 4 แอสซิสต์ โดยเลย์ พาเลอร์ ได้ลงสนามในพรีเมียร์ลีกติดต่อกันนานที่สุด 15 นัด

ในนัดแรก ถึงนัดที่15 ของฤดูกาล และจาก 34 นัดที่ได้ลงสนาม เลย์ พาเลอร์ อยู่ในสนาม 90 นาทีเต็มจำนวน 19 นัด และจาก 5 ประตูที่ยิงได้อาเซน่อลไม่แพ้ทีมใดเลย ชนะ3 เสมอ 1 จบฤดูกาลนั้น อาเซน่อลเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก ด้วยการมีแต้มเหนือ แมนฯยูไนเต็ด 1 คะแนน

ฟุตบอลเอฟเอคัพ 1997/1998 เลย์ พาเลอร์ ได้ลงสนาม2 นัด นัดแรกในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ลงเล่น 90 นาที อาเซน่อล เสมอ เวสแฮมต์ ยูไนเต็ด 1-1 ต้องไปแข่งนัดรีเพลย์ ซึ่งอาเซน่อล ชนะ จุดโทษ 4-3 แต่ เลย์ พาเลอร์ ไม่ได้ลงสนาม นัดที่2 เลย์ พาเลอร์ ได้ลงสนามในรอบชิงชนะเลิศ อยู่ในสนาม 90 นาที จ่าย1 แอสซิสต์ ช่วยให้อาเซน่อล มีชัยเหนือ นิวคาสเซิล 2-0

ฟุตบอลลีกคีพ 1997/1998 เลย์ พาเลอร์ ได้ลงสนาม 4 นัด เป็นตัวจริงทั้ง 4 นัด นัดแรกในรอบที่4 อยู่ในสนาม 120 นาที อาเซน่อล ชนะ โคเวนทรี 1-0 นัดที่2 รอบ 8 ทีมสุดท้าย อยู่ในสนาม 90 นาที อาเซน่อล ชนะ เวสแฮมต์ 2-1 นัดที่3 ลงเล่นในรอบรองชนะเลิศนัดแรก อยู่ในสนาม 90 นาทีอาเซน่อล ชนะ เชลซี 2-1 และนัดที่4 เลย์ พาเลอร์ ลงสนามในรอบรองชนะเลิศนัดที่2 อยู่ในสนาม 45 นาที อาเซน่อล แพ้ เชลซี 1-3 ทำให้อาเซน่อลตกรอบด้วยสกอร์รวม 3-4

สรุปฤดูกาล 1997/1998 อาเซน่อล เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก และแชมป์เอฟเอคัพ โดยที่เลย์ พาเลอร์มีส่วนร่วมในการลงสนาม 42 นัด เป็นรองแค่ มาร์ก โอเวอร์มา 46 นัด และไนเจล วินเทอร์เบิร์น 49 นัด เลย์ พาเลอร์ ยิงได้ 5 ประตู ให้กับอาเซน่อล คนที่ยิงได้มากที่สุดคือ เดนนิส เบิร์กแคม 22 ประตู และมาร์กโอเวอร์มา 16 ประตู เลย์ พาเลอร์ได้รับใบเหลือง 7 ใบ เป็นรองเพียงแค่ สตีฟ โบลด์ 9 ใบ และ ปาทริค วิเอร่า 10 ใบ

10


เอ็ด เดอ ฮุย เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตู ฤดูกาล 1997/1998 ลงสนามให้เชลซี 42 นัดรวมทุกรายการ
มีเวลาอยู่ในสนาม 3,810 นาที เสียไป 45 ประตู เก็บคลีนชีต 16 นัด
แบ่งเป็นการลงสนามในพรีเมียร์ลีก 28 นัด เป็นตัวจริงทั้ง 28 นัด อยู่ในสนาม 2,520 นาที
เสียไป 28 ประตู เก็บคลีนชีตได้ 12 นัด ฤดูกาลนั้นเชลซีมีสถิติชนะ20 เสมอ3 แพ้15 มี 63 คะแนน
จบอันดับที่ 4 ของพรีเมียร์ลีก แชมป์เป็นของอาเซน่อลมี 78 คะแนน รองแชมป์แมนฯยู 77 คะแนน

ฟุตบอลเอฟเอคัพ ฤดูกาล 1997/1998 เอ็ด เดอ ฮุย ได้ลงสนามเพียงแค่ 1 นัด
และเชลซีจอดป้ายเพียงแค่รอบที่ 3 โดยพวกเค้าแพ้สแตมฟอร์ด บริดจ์ ให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-5
โดยที่แมนฯยู เป็นฝ่ายทิ้งห่างไปก่อนถึง 5-0
ส่วนในฟุตบอลลีกคัพ เอ็ด เดอ ฮุย ได้ลงสนาม 3 นัด เป็นตัวจริงทั้ง 3 นัด
ในรอบรองชนะเลิศนัดแรกเชลซีบุกไปแพ้อาเซน่อลที่ไฮบิวรี่ 1-2 ก่อนที่ในนัดที่2
เชลซีจะกลับมาเล่นในบ้าน และเป็นฝ่ายมีชัยเหนืออาเซน่อล 3-1 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ
กับมิดเดิ้ลสโบรซ์ ซึ่งในรอบชิงชนะเลิศ
เอ็ด เดอ ฮุย ลงสนามเป็นตัวจริงครบทั้ง 120 นาที เชลซีเอาชนะ
มิดเดิ้ลสโบรซ์ 2-0 โดยได้ 2 ประตูจาก แฟรงค์ ซินแคลร์นาที 95
และโรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ นาที 107 คว้าแชมป์ลีกคัพมาครองได้สำเร็จ

ทางด้านฟุตบอลยุโรปรายการ คัพวินเนอร์สคัพ  1997/1998 เอ็ด เดอ ฮุย ได้ลงสนาม 9 นัด
เป็นตัวจริงทั้ง 9 นัด อยู่ในสนามเป็นเวลา 810 นาที เสียไป 8 ประตู เก็บคลีนชีต 3 นัด
เชลซีผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ก่อนจะมีชัยเหนือสตุ๊ตการ์ท ยอดทีมของเยอรมัน 1-0
โดยเชลซีได้ประตูชัยจากการยิงของ จิอันฟรัลโก้ โซล่า

สรุปฤดูกาล 1997/1998 เชลซีได้แชมป์ฟุตบอลคัพวินเนอร์สคัพ และแชมป์ลีกคัพ
พรีเมียร์ลีกจบที่อันดับ 4 และเอฟเอคัพตกรอบที่ 3
เอ็ด เดอ ฮุย ได้ลงสนาม 42 นัด มากที่สุดเป็นอันดับที่4 ของทีม   
เป็นรองฟรองค์ เลอเบิฟ 46 นัด
ทอเร่ อังเดร โฟล 44 นัด และ โรแบร์โต้ ดิมัตตเตโอ 43 นัด
ส่วนดาวซัลโวประจำทีมคือ จิอัลลูก้า วิอัลลี่ ยิงไป 19 ประตูรวมทุกรายการ



11

เดนนิส เบิร์กแคม  เล่นในตำแหน่งกองหน้า เป็น 1 ใน 23 นักเตะทีมชาติฮอลแลนด์ ชุดยูโร 2000 ที่ประเทศ เบลเยี่ยม และฮอลแลนด์ เป็นเจ้าภาพร่วมกัน

รอบแบ่งกลุ่ม ฮอลแลนด์อยู่ร่วมสายกับ  เช็ค ,เดนมาร์ก และฝรั่งเศส นัดแรกฮอลแลนด์ ลงสนามพบกับ เช็ก เดนนิส เบิร์กแคม ได้ลงสนามเป็นตัวจริง อยู่ในสนาม 90 นาทีเต็ม ฮอลแลนด์เอาชนะ เช็ก 1-0 จากประตูชัยของ แฟรงค์ เดอบัวร์ นาที 89

มาถึงนัดที่2 ฮอลแลนด์ ลงสนามพบกับ เดนมาร์ก เดนนิส เบิร์กแคม ได้ลงสนามเป็นตัวจริง อยู่ในสนาม 76 นาที  โดยฮอลแลนด์ส่งอารอน วินเทอร์ ลงมาแทน ซึ่งผลนัดนั้นฮอลแลนด์ ชนะ เดนมาร์ก 3-0 โดยได้ 3 ประตูจาก โรนัล เดอบัวร์ ,แพทริค ไครเวิร์ต และบัวโดไวน์ เซนเด้น

นัดที่ 3 ฮอลแลนด์ พบ กับ  ฝรั่งเศส เดนนิส เบิร์กแคม ยังได้ลงสนามเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง
อยู่ในสนาม 78 นาที จ่ายไป 1 แอสซิสต์ ช่วยให้ฮอลแลนด์ เบียดชนะ ฝรั่งเศส 3-2 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ด้วยการเป็นอันดับที่1 ของกลุ่ม เข้าไปพบกับ ทีมชาติ ยูโกสลาเวีย

รอบ 8 ทีมสุดท้าย เดนนิส เบิร์กแคม ได้ลงสนามเป็น 11 ตัวจริง เป็นนัดที่ 4 ติดต่อกัน
เดนนิส เบิร์กแคม อยู่ในสนามครบทั้ง 90 นาที  ฮอลแลนด์ไล่ถล่ม ยูโกสลาเวีย 6-1 โดยที่ เดนนิส เบิร์กแคม แอสซิสต์ 2 ครั้งในนัดนี้
มาถึงรอบรองชนะเลิศ  ฮอลแลนด์ พบกับ อิตาลี ทั้ง 2 คนขนสตาร์ระดับโลกมาดวลกัน

ฮอลแลนด์นำทัพโดย เดนนิส เบิร์กแคม ,มาร์ก โอเวอร์มาส์ ,ฟิลิป โคคู ,ยาป สตัม,แฟรงค์ เดอบัวร์ ส่วนอิตาลีมี อเลสซานโด เนสต้า ,เปาโล มัลดินี่ ,ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ,อเลสซานโด เดลปิเอโร่ รวมถึงฟรานเชสโก้ ตอตติ ที่อยู่ในม้านั่งสำรอง เกมนัดนี้ตลอด 90 นาที ทั้ง 2 ทีมสู้กันได้อย่างสูสี ก่อนจะเสมอกันไปด้วยกอร์ 0-0 ต่อเวลาพิเศษ 30 นาที ก็ยังเสมอ 0-0 ต้องมายิงจุดโทษตัดสิน โดยการยิงจุดโทษ 3 คนแรกของอิตาลี ลุยจิ ดิเบียโจ้ ,จิอันลูก้า เปสซอตโต้ และ ฟรานเชสโก้ ตอตติ ยิงเข้าทั้งหมด ส่วนของฮอลแลนด์ แฟรงค์ เดอบัวร์ กับ ยาป สตัม ยิงพลาด

มีเพียง แพทริค ไครเวิร์ต ยิงเข้าคนเดียว มาถึงคนที่4 ของอิตาลี เปาโล มัลดินี่ ยิงไปติดเซฟ
ของ เอ็ดวิน ฟาน เดอซาร์ แต่ พอล บอสเวลล์ ของฮอลแลนด์ก็ยิงพลาดเช่นกัน ทำให้อิตาลีเป็นฝ่ายเอาชนะไป 3-1 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ ก่อนจะไปแพ้ให้กับฝรั่งเศส 1-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

12

ออสการ์ คอร์โดบ้า เกิดเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ปี 1970 ที่ประเทศโคลัมเบีย
ออสการ์ คอร์โดบ้า เริ่มต้นเล่นฟุตบอลอาชีพ ในปี 1988 กับสโมสร แอตเลติโก้ นิซิอองนาล
ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ เดปอติโว คาลี ,อองเซ่ คัลดาส ,อเมริกา เดอ คาลี

เข้าสู่ปี 1997 ออสการ์ คอร์โดบ้า ได้ย้ายไปเล่นกับ โบคาร์ จูเนียร์ ยอดทีมของประเทศอาเจนติน่า
เค้ายู่กับทีมจนถึงปี 2001 ลงสนามให้ทีมไปมากกว่า 118 นัด คว้าแชมป์ฟุตบอลลีกของ ประเทศ           
อาเจนติน่า3 สมัย รวมถึงแชมป์โคปา ริเบอตาโดเรส 2 สมัย
หลังออกจากโบคา จูเนียร์ เค้าได้ย้ายไปเล่นในอิตาลี กับสโมสรปูรูจา
อยู่กับทีมได้ไม่นานก็ย้ายไปอยู่กับ เบซิคตัส ยอดทีมของประเทศตุรกี 

เค้าอยู่กับเบซิคตัสตั้งแต่ปี 2002 ไปจนถึงปี 2006 ลงเล่นให้ทีมมากกว่า 137 นัด
คว้าแชมป์ฟุตบอลลีกของตุรกีได้ 1 สมัย ในฤดูกาล2002/03 และแชมป์บอลถ้วยอีก 1 สมัย
ในฤดูกาล 2005/2006หลังออกจากเบซิคตัส คอร์โดบ้า ย้ายทีมอีกหลายครั้ง
ไล่ตั้งแต่อัลตายาสปอร์ ,เดปอติโว่ คาลีและมิโลน่าริออส

ในส่วนของการเล่นให้ทีมชาติโคลัมเบียออสก้า คอร์โดบ้า
ติดทีมชาติโคลัมเบียช่วงปี 1993 ถึงปี 2009 ลงสนามในนามทีมชาติโคลัมเบีย
73 นัด ความสำเร็จสูงสุดคือ เป็น 1ในนักเตะชุดแชมป์ปา อเมริกา เมื่อปี 2001
ซึ่งผลการแข่งขันในทัวร์นาเมนต์นั้น โคลัมเบียเก็บชัยชนะ 3 นัดรวม ในรอบแรก
ด้วยการเอาชนะเวเนซุเอล่า 2-0 ชนะเอกวาดอร์ 1-0 ชนะชิลี 2-0
เข้ารอบเป็นที่1 ของกลุ่มเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย โคลัมเบีย
เก็บชัยชนะเหนือเปรู 3-0 ต่อเนื่องด้วยการเอาชนะฮอนดูรัส 2-0 ในรอบรองชนะเลิศ
   

เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ออสการ์ คอร์โดบ้า ลงสนามเป็นผู้รักษาประตูมือ 1 และผลจบลง
ด้วยชัยชนะของทีมชาติโคลัมเบีย เหนือเม็กซิโก 1-0 คว้าแชมป์ไปครอง พร้อมสถิติไม่เสียประตู
แม้แต่ประตูเดียว และออสการ์ คอร์โดบ้า ได้รับรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมในรายการนั้น

Pages: [1]

พื้นที่โฆษณา ขนาด 728x90 พิกเซล
ติดต่อ 080-000-0000